;

โรคอีสุกอีใสเกิดจากไวรัส Varicella-Zoster Virus พบได้ตลอดทั้งปีแต่มักจะระบาดในช่วงหน้าหนาว แพร่กระจายผ่านทางลมหายใจและจากการสัมผัสโดยตรงหรือใช้สิ่งของร่วมกับผู้ป่วย การติดเชื้อเกิดขึ้นได้ง่ายในผู้ที่ไม่เคยเป็นโรคอีสุกอีใสหรือไม่เคยได้รับวัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใสมาก่อน กรณีได้วัคซีนอีสุกอีใสแล้วอาการจะไม่รุนแรงพบตุ่มน้ำปริมาณน้อยและไข้ต่ำ คนที่มีภูมิต้านทานปกติสามารถเป็นโรคอีสุกอีใสครั้งที่สองได้แต่น้อย
อาการ

ระยะฟักตัว 10-21 วัน มีอาการไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว เบื่ออาหาร ผื่นเริ่มต้นด้วยผื่นแดง ต่อมากลายเป็นตุ่มน้ำใสที่แตกได้ง่าย ตุ่มหนองและเปลี่ยนเป็นสะเก็ดแผล ผื่นพบที่ลำตัวแล้วลามไปหน้า ศีรษะ แขนขา สามารถพบตุ่มน้ำในช่องปากและอวัยวะเพศได้ โดยผู้ป่วยสามารถแพร่เชื้อได้ตั้งแต่ 48 ชั่วโมงก่อนผื่นขึ้นและเมื่อผื่นแห้งเป็นสะเก็ดทั้งหมดจึงจะพ้นระยะของการแพร่เชื้อ เมื่อโรคอีสุกอีใสหายแล้วจะยังคงมีเชื้อบางส่วนหลงเหลืออยู่และเชื้อจะหลบซ่อนอยู่ในปมประสาทจึงทำให้มีโอกาสเป็นโรคงูสวัดในภายหลังที่ร่างกายอ่อนแอหรือมีภูมิคุ้มกันต่ำลง

ภาวะแทรกซ้อนของโรคอีสุกอีใส
มักพบในทารกแรกเกิด ผู้ใหญ่ หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ได้แก่ ติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนัง การติดเชื้อในกระแสเลือด ปอดอักเสบ สมองอักเสบ
การวินิจฉัยและการรักษาโรคอีสุกอีใส
วินิฉัยโรคอีสุกอีใสด้วยการตรวจร่างกาย รักษาด้วยยาต้านไวรัส Acyclovir เพื่อลดระยะเวลาการติดเชื้อและช่วยลดความรุนแรงของภาวะแทรกซ้อน ในรายที่มีติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนังหรือปอดอักเสบจะให้ยาปฏิชีวนะ ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงจำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล
การรักษาตามอาการ ได้แก่ ยาลดไข้พาราเซตามอลและเช็ดตัว ห้ามกินยาแอสไพรินและไอบูโพรเฟน ให้ยาแก้แพ้และcalamineเพื่อบรรเทาอาการคัน ผู้ป่วยควรตัดเล็บให้สั้นและหลีกเลี่ยงการเกา ยาฆ่าเชื้อฟอกผิวหนังบริเวณตุ่มอีสุกอีใส
ควรแยกผู้ป่วยและหยุดโรงเรียนเป็นเวลา 7-10 วันหรือจนกว่าผื่นตกสะเก็ดหมด
การป้องกันโรคอีสุกอีใส
วัคซีนช่วยป้องกันการเกิดโรคอีสุกอีใสได้ผล 90-95% ฉีดได้ตั้งแต่เด็กอายุ 1 ปีขึ้นไปและกระตุ้นอีกเข็มเมื่ออายุ 2½-4 ปี หรือห่างจากเข็มแรกอย่างน้อย 3 เดือน สำหรับผู้ที่มีอายุ13 ปีขึ้นไปฉีดวัคซีน 2 ครั้งห่างจากเข็มแรก 1 เดือน
กลุ่มเสี่ยงโรคอีสุกอีใสที่มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน
1.สตรีมีครรภ์ที่ไม่เคยเป็นโรคอีสุกอีใส เด็กที่เกิดจากมารดาที่ติดเชื้อโรคอีสุกอีใสช่วงระหว่างการตั้งครรภ์ระยะแรกจะมีน้ำหนักตัวต่ำกว่าเกณฑ์และความพิการที่แขนและขา หากมารดามีการติดเชื้ออีสุกอีใสในช่วง 1 สัปดาห์ก่อนการคลอดบุตรหรือ 1 สัปดาห์หลังจากการคลอดบุตร ทารกจะเกิดความเสี่ยงในการเกิดโรคอีสุกอีใสที่มีความรุนแรงและเป็นอันตรายถึงชีวิต
2.ผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างได้รับเคมีบำบัด ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ที่ได้รับยาสเตียรอยด์หรือยากดภูมิคุ้มกัน
